อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

ในยุคที่ผู้คนเปิดกว้างเรื่องเพศสัมพันธ์มากขึ้น ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย เพราะแม้จะใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อผ่าน การสัมผัสผิวหนัง เช่น HPV หรือบางชนิดที่ไม่มีอาการบ่งชัด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดสำหรับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน HPV วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ หรือวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ที่สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง หรือโรคร้ายแรงที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ได้อย่างมาก

อัปเดตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คนยุคใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีวัคซีนป้องกันได้ในปัจจุบัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทุกชนิด แต่มีวัคซีน 3 กลุ่มหลักที่ ได้รับการยอมรับทั่วโลก ว่าป้องกันโรคสำคัญได้ คือ

  • วัคซีน HPV (Human Papillomavirus Vaccine) ป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่ก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด และหูดหงอนไก่
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine) ป้องกันโรคตับอักเสบเรื้อรัง มะเร็งตับ และการติดเชื้อจากการสัมผัสเลือด–สารคัดหลั่ง
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine) ป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อจากอุจจาระ ปาก และ Oral–Anal Sex

วัคซีนเหล่านี้ถือเป็น มาตรฐานการป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ ในระดับสากล และแนะนำให้ฉีดตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ หรือในช่วงเริ่มต้นของชีวิตวัยรุ่น

วัคซีน HPV

HPV เป็นไวรัสที่แพร่ได้ง่ายมากจากการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แม้ไม่มีการสอดใส่ก็สามารถติดได้ ทำให้เป็นหนึ่งในโรค STI ที่พบบ่อยที่สุดในโลก

ทำไมวัคซีน HPV ถึงสำคัญมาก?

เพราะ HPV เป็นสาเหตุของโรคต่อไปนี้

  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งช่องปากและคอหอย
  • มะเร็งองคชาต
  • หูดหงอนไก่
  • ผู้ชาย–ผู้หญิง–LGBTQ+ ทุกคนมีความเสี่ยงเท่าเทียมกัน

ชนิดของวัคซีน HPV

  • 2 สายพันธุ์ (HPV2) – ป้องกันมะเร็ง
  • 4 สายพันธุ์ (HPV4) – ป้องกันทั้งมะเร็ง + หูดหงอนไก่
  • 9 สายพันธุ์ (HPV9) – ป้องกัน ครบที่สุด และเป็นมาตรฐานในหลายประเทศ

ควรฉีดเมื่อไหร่?

  • วัยรุ่นอายุ 9–26 ปี: ได้ผลดีที่สุด
    ผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปี: ยังฉีดได้และลดความเสี่ยงอย่างมาก
  • LGBTQ+, MSM และผู้ที่มีคู่นอนหลายคน: ควรฉีดอย่างยิ่ง

จำนวนเข็ม ขึ้นอยู่กับอายุเริ่มต้น

  • ฉีดก่อนอายุ 15: 2 เข็ม
  • ฉีดหลังอายุ 15: 3 เข็ม

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine)

HBV ติดได้จากเลือดและสารคัดหลั่ง เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด โดยสามารถติดต่อผ่าน

  • เพศสัมพันธ์
  • เลือด
  • ของมีคมร่วมกัน
  • จากแม่สู่ลูก

การติดเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะเรื้อรัง เช่น

  • ตับแข็ง
  • มะเร็งตับ
  • ตับอักเสบเรื้อรัง

ในประเทศไทย ผู้ที่เกิดหลังปี 2535 ส่วนใหญ่ได้รับแล้ว แต่ยังมีหลายคนที่

  • ฉีดไม่ครบ
  • ไม่เคยตรวจภูมิคุ้มกัน
  • ไม่มีประวัติการฉีด
  • เพราะฉะนั้น ควรตรวจภูมิ ถ้าพบว่าไม่มีภูมิ ให้ฉีดทันที

จำนวนเข็ม มาตรฐาน คือ 3 เข็ม ในระยะ 0 – 1 เดือน – 6 เดือน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine)

ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม และ กิจกรรมทางเพศแบบปาก–ทวารหนัก (Oral–Anal Contact) เหมาะกับกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) เป็นพิเศษ

  • อาการของ HAV
    • ตัวเหลือง
    • อาเจียน
    • ตับอักเสบเฉียบพลัน
    • อ่อนเพลียเรื้อรัง
    • แม้จะไม่เรื้อรังเหมือน HBV แต่ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอมาก และหยุดงานหลายสัปดาห์
  • จำนวนเข็ม ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
ใครบ้างที่ ควรฉีด วัคซีนป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นพิเศษ

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นพิเศษ

แม้วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะเหมาะกับทุกคน แต่กลุ่มต่อไปนี้ควรได้รับการฉีดเป็นพิเศษ

  • กลุ่มคนวัยรุ่นและคนที่กำลังเริ่มต้นมีเพศสัมพันธ์ ความเสี่ยงสูงเพราะอาจยังไม่รู้วิธีป้องกันที่ถูกต้อง
  • คนที่มีคู่นอนหลายคน เพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อจากคู่นอนใหม่
  • LGBTQ+ และ MSM (ชายรักชาย) มีความเสี่ยง HPV, HAV และ HBV มากกว่ากลุ่มอื่นจากข้อมูลทางการแพทย์
  • ผู้ชายที่ไม่เคยตรวจ HPV หรือเคยเป็นหูดหงอนไก่ การฉีดช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำ
  • ผู้หญิงที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน HPV เพราะลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า 90%
  • คนทำงานในอุตสาหกรรมบริการ เช่น สถานบันเทิง, นวด, สปา  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ HPV และ HBV
  • คนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย บางประเทศมีการระบาดของ HAV สูง

ตารางเปรียบเทียบ วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศ 

วัคซีนป้องกันอะไรจำนวนเข็มเหมาะสำหรับ
HPVมะเร็ง + หูดหงอนไก่2–3 เข็มทุกเพศ 9–45 ปี
HBVมะเร็งตับ + ตับอักเสบ3 เข็มทุกคนควรฉีด
HAVตับอักเสบเฉียบพลัน2 เข็มMSM, นักเดินทาง

ฉีดวัคซีนแล้ว ต้องตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์อยู่ไหม?

หลายคนเข้าใจผิดว่า ฉีดวัคซีนแล้วปลอดภัยทุกโรค แต่นี่ไม่ใช่ความจริง เพราะวัคซีนมีเฉพาะสำหรับบางโรคเท่านั้น

  • วัคซีนป้องกันได้เฉพาะ
    • วัคซีน HPV
    • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
    • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบเอ
  • โรคที่ ไม่มีวัคซีน ต้องตรวจเป็นประจำ
    • ซิฟิลิส
    • หนองใน
    • คลามัยเดีย
    • เริม HSV
    • HIV
    • ไทรโคโมแนส

ดังนั้น วัคซีน = ป้องกันบางโรคได้ การตรวจสม่ำเสมอ = ป้องกันทั้งหมดได้ ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กันเสมอ

ฉีดวัคซีนก่อน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ต่างกันไหม?

  • ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์: ดีที่สุด ร่างกายยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ → มีภูมิคุ้มกันเต็ม 100%
  • หลังมีเพศสัมพันธ์แล้ว: ยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะ
    • วัคซีน HPV (Human Papillomavirus Vaccine)
    • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine)
    • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (HAV Vaccine) 
    • แม้เคยสัมผัสเชื้อหนึ่งสายพันธุ์ ยังป้องกันสายพันธุ์ที่เหลือได้

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เหมาะกับคนที่ใช้ PrEP หรือ PEP ไหม?

คำตอบ คือ เหมาะมาก

PrEP/PEP ป้องกันเฉพาะ HIV แต่ ไม่ป้องกันโรคอื่น วัคซีนจึงช่วยเติมเต็มช่องว่างของการป้องกัน

  • เหมาะกับผู้ชายที่ใช้ PrEP อยู่แล้ว เพราะ PrEP ไม่ป้องกัน HPV, HAV, HBV
  • เหมาะกับผู้ที่เคยใช้ PEP เพราะหมายถึงมีเหตุการณ์เสี่ยง → ควรฉีด HPV + HBV

ค่าใช้จ่ายของวัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบัน

ราคาอาจแตกต่างตามสถานบริการ แต่โดยรวมมีดังนี้

  • วัคซีน HPV
    • 4 สายพันธุ์: 2,500–3,200 บาท/เข็ม
    • 9 สายพันธุ์: 3,800–5,000 บาท/เข็ม รวม 3 เข็ม อาจอยู่ที่ 9,000–15,000 บาท
  • วัคซีน HBV ประมาณ 300–600 บาท/เข็ม
  •  วัคซีน HAV ประมาณ 1,500–2,500 บาทต่อเข็ม แม้จะมีค่าใช้จ่าย แต่ คุ้มค่ามาก เพราะการป้องกันถูกกว่าการรักษาเสมอ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

วัคซีนป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างมีความรับผิดชอบ วัคซีนสำคัญที่ควรได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ วัคซีน HPV, HBV และ HAV ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง รวมถึงมะเร็งหลายชนิดได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การป้องกันมีความครบถ้วนและรอบด้านมากที่สุด 

การฉีดวัคซีนควรทำควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี การสื่อสารและพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับคู่นอน รวมถึงการใช้ PrEP หรือ PEP ในกรณีที่มีความเสี่ยงหรือมีความจำเป็น การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต แต่ยังทำให้ทุกความสัมพันธ์เป็นไปอย่างปลอดภัย มั่นใจ และมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus and HPV vaccines. ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัคซีน HPV ชนิดต่างๆ กลุ่มอายุที่แนะนำ และตารางการให้วัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/diseases/human-papillomavirus-vaccines-(HPV)
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Primary Prevention Methods – Vaccination for HPV, HAV, and HBV. อธิบายบทบาทของวัคซีน HPV, ไวรัสตับอักเสบเอและบี ในการป้องกันการติดเชื้อที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/clinical-primary.htm
  • World Health Organization (WHO). Hepatitis B vaccines: WHO position paper – July 2017. เอกสารท่าทีของ WHO เกี่ยวกับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี กลุ่มเป้าหมายและตารางการฉีด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/policies/position-papers/hepatitis-b
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารคำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ (Life-course Vaccination) รวมทั้งวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีและเอสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ddc.moph.go.th/uploads/publish/1747420251012225136.pdf
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). มะเร็งปากมดลูกกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV). ข้อมูลชนิดของวัคซีน HPV กลุ่มเป้าหมาย และประโยชน์ในการป้องกันมะเร็ง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/1348

Similar Posts

  • ทำไมการระบาดของโรคฝีดาษลิงจึงถูกเชื่อมโยงกับพฤติกรรมทางเพศ

    โรคฝีดาษลิง (Monkeypox หรือ Mpox) กลายเป็นประเด็นสำคัญในวงการสาธารณสุขโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อมีการระบาดในหลายประเทศพร้อมกันในปี 2022–2023 และต่อเนื่องในบางพื้นที่ แม้เดิมทีโรคนี้จะถูกพบในแอฟริกาเป็นหลัก แต่การแพร่กระจายระหว่างคนสู่คนในครั้งนี้กลับเกิดขึ้นในวงกว้าง และมีรายงานจำนวนมากที่พบการติดเชื้อในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) จนเกิดการตั้งคำถามว่าทำไมการระบาดของโรคฝีดาษลิงจึงถูกเชื่อมโยงกับพฤติกรรมทางเพศ

    การเชื่อมโยงนี้ไม่ได้หมายความว่าโรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบบเดียวกับเอชไอวีหรือซิฟิลิส แต่เพราะเส้นทางการแพร่เชื้อของไวรัสสามารถเกิดได้จากการสัมผัสใกล้ชิดทางกาย รวมถึงการสัมผัสผิวหนังที่มีผื่นหรือแผลในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การเข้าใจกลไกนี้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อลดการตีตราและเพิ่มการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

  • อาการโรคหูดหงอนไก่ แตกต่างกันอย่างไรในผู้ชาย และผู้หญิง

    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือ โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โรคนี้แม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตในทันที แต่สามารถก่อให้เกิดความไม่สบายกาย ความอับอาย และความเครียดทางจิตใจ นอกจากนี้บางสายพันธุ์ของไวรัส HPV ยังมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งในอนาคตอีกด้วย

    สิ่งที่สำคัญคือ อาการของโรคหูดหงอนไก่ในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้มีผลต่อการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน หากเข้าใจลักษณะอาการของแต่ละเพศได้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ และเพิ่มโอกาสในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาผู้อ่านเจาะลึกถึงโรคหูดหงอนไก่ตั้งแต่ความหมาย วิธีการติดเชื้อ อาการในผู้ชายและผู้หญิง ไปจนถึงการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันอย่างครบถ้วน

  • รู้จักโรคฝีมะม่วงให้มากขึ้น ป้องกันก่อนสายเกินไป

    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และยังเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่สัมพันธ์กับการป้องกัน HIV และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในโรคที่หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูคือ โรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum: LGV) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ชนิดรุนแรง แม้จะไม่พบได้บ่อยเท่าโรคหนองในหรือซิฟิลิส แต่ก็มีความอันตรายหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา

    เราจะพาคุณมาทำความรู้จักโรคฝีมะม่วงอย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การติดต่อ ภาวะแทรกซ้อน วิธีรักษา และการป้องกัน เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพทางเพศก่อนจะสายเกินไป

  • รู้จักการป้องกัน HIV แบบรอบด้าน PrEP และ PEP แตกต่างกันอย่างไร?

    ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้การป้องกันการติดเชื้อ HIV (Human Immunodeficiency Virus) มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่การป้องกันอาจจำกัดอยู่เพียงการใช้ถุงยางอนามัย ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ PrEP และ PEP ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

    อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสับสนว่า PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร ใช้ในสถานการณ์ไหน และควรเลือกใช้แบบใด เราจะพาคุณไปรู้จักการป้องกัน HIV แบบรอบด้าน ตั้งแต่หลักการทำงานของยา วิธีการใช้ ประสิทธิภาพ รวมถึงบทบาทของการป้องกันหลายชั้น เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพทางเพศได้อย่างปลอดภัยและมีข้อมูลที่ถูกต้อง

  • อย่าชะล่าใจ! ไวรัสตับอักเสบซี อาจติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์แม้ไม่มีอาการ

    ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus: HCV) คือหนึ่งในโรคติดต่อที่ เงียบแต่ร้ายแรง ที่สุดในโลก เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ไม่มีอาการในระยะแรก จึงไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นพาหะของโรค และอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ

    หลายคนเข้าใจว่าไวรัสตับอักเสบซีจะติดได้เฉพาะจากการรับเลือดหรือใช้เข็มร่วมกันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง เพศสัมพันธ์ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีคู่นอนหลายคน หรือมีการร่วมเพศที่ทำให้เกิดบาดแผล

    ฉะนั้นการทำความเข้าใจไวรัสตับอักเสบซีอย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การติดต่อจากเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงแนวทางป้องกันและการรักษา เพื่อให้คุณไม่ชะล่าใจและสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกวิธี

  • ยาเป๊ป (PEP) ยาต้านไวรัสฉุกเฉิน ป้องกันได้ทันที

    การป้องกันเอชไอวี (HIV) เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้ และแม้ว่าเราจะมีวิธีป้องกันหลายอย่าง เช่น การใช้ถุงยางอนามัย หรือยาเพร็พ (PrEP) แต่ในบางสถานการณ์ เราอาจเผชิญกับความเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางอนามัยแตก หรือการสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี ในกรณีเช่นนี้ ยาเป๊ป อาจเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้ แต่ต้องรีบดำเนินการทันที!